Accessibility help

เมนูหลัก

“พ่อ” ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ สู้ได้เพราะกำลังใจจากคนในชุมชน ครอบครัว รากฐานความรักที่มั่นคง

“พ่อ” ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ สู้ได้เพราะกำลังใจจากคนในชุมชน ครอบครัว รากฐานความรักที่มั่นคง

 นายประเวศน์ วงศ์มหาเจิม พ่อดีเด่นแห่งพูนสินธานี 3 ซึ่งเป็นพ่อผู้มีทักษะในการดูแลบุตรซึ่งเป็นเด็กพิเศษ อายุ 49 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน โดยบุตรคนสุดท้องเป็นเด็กพิเศษ กล่าวว่า เมื่อได้ทราบว่าลูกเป็นเด็กพิเศษ ก็ได้ทำการเลี้ยงดูลูกเหมือนเด็กปกติ ส่วนลูกคนโตที่เป็นเด็กปกติก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจแต่อย่างใด เนื่องจากตนเองได้ดูแลและให้ความรักอย่างเท่าเทียมกันและเต็มที่ พี่น้องรักกันมาก นี่คือสิ่งที่ภูมิใจที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกกังวลใจและห่วงมากคือพัฒนาการของลูกจะไม่มีความก้าวหน้า และสถานศึกษาที่จะให้ลูกได้เข้าเรียน ซึ่งมีน้อยมากและยากลำบากในการรับลูกของตนเองเข้าเรียน ฉะนั้นอยากให้รัฐบาลหรือชุมชนช่วยสนับสนุนเด็กพิเศษ ไม่อยากให้ทอดทิ้ง อีกทั้งอยากให้มีการอบรมพ่อให้มีทักษะดูแลลูกที่เป็นเด็กพิเศษ เพื่อให้ได้ต่อยอดในการดูแลลูกให้ดีที่สุด เนื่องจากทราบว่าบุคคลากรในการดูแลเด็กพิเศษมีน้อย
 
“ผมมีคติประจำตัวอยู่ว่า ท้อได้แต่อย่าถอย และพร้อมจะเป็นทุกอย่างให้กับลูก จึงอยากให้ทุกคนในชุมชนร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวไม่แตกแยกสามัคคี และคนที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษก็ไม่อยากให้ท้อถอย อยากให้ดูแลลูกให้ดีที่สุด ส่วนวิธีการเลี้ยงดูบุตร จะเลี้ยงในทิศทางเดียวกัน โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นหน้าที่ของใคร เนื่องจากผมเป็นคนมีอารมณ์คงที่ สุขุม เยือกเย็น ให้ความรักความเข้าใจ จะเป็นพ่อและหัวหน้าครอบครัวที่มีความรับผิดชอบ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ปลูกฝังให้ทุกคนรักสามัคคีและให้อภัยกัน" นายประเวศน์ กล่าว
นายเกรียงศักดิ์ วงค์สนิท พ่อผู้มีจิตอาสาช่วยเหลือชุมชน อายุ 36 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีบุตร 2 คน กล่าวว่า ด้วยความฝันอยากได้ลูกชาย อยากให้เป็นนักกีฬา เมื่อรู้ว่าได้ลูกชายก็ดีใจ แต่เมื่อได้ทราบว่าลูกชายเป็นเด็กออทิสติกและสมาธิสั้น เมื่อลูกอายุ 2 ขวบ ซึ่งจากที่รู้ก็ได้รู้สึกเสียใจแต่ก็ได้ทำใจ และให้ความรักความอบอุ่นและเลี้ยงดูเหมือนเด็กปกติ แต่อย่างเดียวที่เสียใจคือหาที่เรียนให้ลูกไม่ได้ เพราะค่าใช้ในการส่งเสียลูกที่เป็นเด็กพิเศษให้เรียนนั้นสูงมาก ดังนั้นก็ได้ทำการสอนลูกเอง ปัจจุบันลูกอายุ10 ขวบแล้ว แต่โชคดีที่ลูกช่วยเหลือตัวเองได้ ก็ยังคงมีความหวังว่าสักวันจะมีหน่วยงานให้ความสำคัญในเรื่องสถานศึกษาสำหรับเด็กพิเศษมากขึ้น
“ถึงแม้ลูกจะเป็นเด็กพิเศษ ผมก็จะปล่อยให้ลูกออกไปเล่นข้างนอก และได้จับตามองดูลูกตลอดเวลา และไม่คิดว่าเขาเป็นเด็กพิเศษ ไม่คิดท้อแท้ในการเลี้ยงดู และมีคติประจำใจว่า ทำทุกอย่างเพื่อลูกและครอบครัว ฉะนั้นหากคนในชุมชนมีลูกในภาวะอย่างนี้ก็อย่าท้อแท้ ทำทุกอย่างให้มีความสุข และต้องไม่ท้อ และจากที่ได้ทำงานอาสาช่วยเหลือชุมชน ก็ได้รู้จักการให้ เพราะคิดว่าสักวันเราจะมีสิ่งดีๆกลับมา และอีกสิ่งที่เราทำให้คนในชุมชนได้ เพราะเป็นหมู่บ้านของเราไม่มีใครมาช่วยเราได้เหมือนตัวเรา ก็อยากให้ชุมชนมีความรักสามัคคี และต้องเดินไปด้วยกันช่วยเหลือกันในยามตกยาก” นายเกรียงศักดิ์ กล่าว
 
ด้านนายสุวัฒน์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ พ่อตัวอย่าง ชุมชนร่มเกล้า พ่อผู้มีความมานะอดทนเลี้ยงดูบุตรด้วยความยากลำบาก อายุ 58 ปี และมีโรคประจำตัวคือ โรคจอประสาทตาเสื่อม มีบุตรสาว 1 คน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ราชภัฏสวนสุนันทา ชั้นปีที่ 4 ซึ่งมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก กล่าวว่า จากที่ได้ทราบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยหมอบอกว่าต้องผ่าตัด และโอกาสรอดน้อยมาก เมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยช่วงที่ลูกสาวอายุเพียง 17 ปี ซึ่งกำลังจะจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ม.6 และตนเองเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ทำให้เกิดอาการเครียด เพราะเกรงจะไม่สามารถเลี้ยงดูลูกให้จบการศึกษาและทำงานดีๆได้ แต่ก็ได้ตั้งสติ เพื่อส่งให้ลูกได้เรียนสูงๆ และบอกกับลูกสาวให้สู้ต่อและต้องเรียนให้จบ
“พูดได้เต็มปากว่าตกงานตั้งแต่ปี 49 ด้วยอาการป่วยก็ได้ดิ้นรนหาของเก่าไปขาย และส่งลูกเรียน และในเดือนหน้าจะผ่าตัดตาเป็นครั้งที่ 6  โดยจะสู้ให้ถึงที่สุด และจะส่งลูกเรียนให้จบทำงานมั่นคง ผ่อนบ้านให้หมด ซึ่งลูกเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเนื่องจากตาข้างขวามีปัญหาตลอด ซึ่งเวลาท้อมากๆ ตนมีคติประจำตัวว่า สามัคคี อดทน ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด ทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ นอกจากนี้ ถือเป็นความโชคดีที่มีเพื่อนบ้าน และเพื่อนสมัยเรียนให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาให้สู้ต่อไป ทั้งนี้คนในชุมชนก็ช่วยนำสิ่งของมาให้ บางครั้งก็ช่วยให้ของใช้มาต่อยอดเพื่อนำไปขายในตลาดนัด ฉะนั้นอยากให้คนในชุมชนไม่แบ่งสี ไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ ต้องมีความสามัคคีกัน” นายสุวัฒน์ กล่าว
 
ด.ช.ธวัชชัย ตั้งศิริมาริส หรือ น้องบู๊ท เรียนอยู่ชั้น ป.3 กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ เพราะพ่อได้สอนให้ตั้งใจเรียน ให้ความรักและดูแลอย่างดี ซึ่งตนเองมีพี่ชาย1คน นอกจากนี้เวลาพ่อออกไปทำงานบางครั้งก็ได้ติดตามคุณพ่อไปทำงานด้วย และหลังเลิกเรียนคุณพ่อได้ไปสอนเด็กซ้อมฟุตบอล ก็ได้มาหัดเตะฟุตบอลกับพ่อ อยากบอกพ่อว่า รักพ่อ สิ่งที่ชอบพ่อคือคำสั่งสอนของพ่อ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต